รายงานผล ITA เขตพื้นที่การศึกษา ประจำปี 2559

รายงาน ITA OBEC ปี2559

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรม

แนวทางการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรม

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560

               ความเป็นมาของโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. เป็นการดำเนินงานเพื่อสืบสานพระราชปณิธาน  เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ  ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินงานตามนโยบายภายใต้ กรอบยุทธศาสตร์ชาติเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรม โดยร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาสำหรับเยาวชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ อีกทั้งรับผิดชอบในการจัดการศึกษาเพื่อให้เยาวชนทุกคน มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  โดยผลการหารือสรุปได้ว่าการพัฒนาคุณธรรมให้กับเยาวชนของชาติจ้าเป็นต้องดำเนินการ จัดทำ “โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.” เพื่อพัฒนาโรงเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้นักเรียน ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาตระหนักรู้ เข้าใจ และมีกระบวนการคิด อย่างมีเหตุผลซึมซับคุณค่าแห่งคุณธรรมความดีอย่างเป็นธรรมชาติ และสร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  รวมทั้งสร้างเครือข่ายชุมชนองค์กรแห่งคุณธรรม โดยประสานความร่วมมือจากหน่วยงาน และ องค์กรที่ท้างานด้านคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน  รูปแบบของโรงเรียนคุณธรรมนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนและท้าได้ง่าย เป็นการลงทุนต่ำ แต่ได้กำไรมาก และสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนได้จริง โดยหลักการของโรงเรียน คุณธรรมสามารถน้าไปใช้ได้กับโรงเรียนในทุกศาสนา ไม่ผูกขาดกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง  เปรียบเสมือนเป็นคุณธรรมสากล ที่จะช่วยให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในโรงเรียน “ลดลง” และ ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ “เพิ่มขึ้น” ซึ่งนับเป็นการพัฒนาเยาวชน ผู้ปกครอง และชุมชน  ได้อย่างยั่งยืน

          วัตถุประสงค์ของโครงการโรงเรียนคุณธรรม   

               1) เพื่อให้ผู้บริหาร ครู และนักเรียน ตระหนักรู้ เข้าใจ และมีกระบวนการคิด อย่างมีเหตุผล ซึมซับคุณค่าแห่งคุณธรรมความดีอย่างเป็นธรรมชาติสร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  และภูมิใจในการท้าความดี 

               2) เพื่อให้ผู้บริหาร ครู และนักเรียนสร้างเครือข่ายชุมชนองค์กรแห่งคุณธรรม  โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงาน และองค์กรที่ท้างานด้านคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน  และมีความต่อเนื่อง

         ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการโรงเรียนคุณธรรม   

              1) จ้านวนนักเรียนที่ได้รับการพัฒนาให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในโรงเรียนเพิ่มขึ้น     

              2) จำนวนผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีพฤติกรรม ที่พึงประสงค์ในโรงเรียนเพิ่มขึ้น      

              3) จ้านวนผู้บริหาร ครู และนักเรียน ที่ได้รับการปลูกฝังคุณธรรม 5 ประการ คือ  ความพอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ อุดมการณ์คุณธรรม

           เป้าหมายของโครงการโรงเรียนคุณธรรม 

              เป้าหมายเชิงปริมาณ โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ได้กำหนดเป้าหมายของการดำเนินงาน โดยมีตัวชี วัด ผลสัมฤทธิ์ในปีการศึกษา 2560 ที่กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จ้านวน 225 เขต และ โรงเรียนในสังกัด สพฐ. จ้านวน 10,000 แห่ง เข้าร่วมโครงการ และขยายผลการดำเนินงาน ให้มีความครอบคลุมโรงเรียนอย่างน้อย 30,000 แห่ง ในปีการศึกษา 2561 

               เป้าหมายเชิงคุณภาพ ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกคนมีความตระหนักรู้ เข้าใจ  และคิดอย่าง มีเหตุผล ซึมซับคุณค่าแห่งคุณธรรมความดีอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึก ผิดชอบชั่วดี ภูมิใจในการท้าความดี และร่วมกันสร้างเครือข่ายชุมชนองค์กรแห่งคุณธรรม ด้วยการ ขอความร่วมมือจากหน่วยงาน และองค์กรที่ท้างานด้านคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ต่อเนื่อง  และยั่งยืน

           กรอบแนวคิดของโครงการโรงเรียนคุณธรรม

                โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. เป็นการดำเนินงานเพื่อสืบสานพระราชปณิธาน  เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9 ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทรเทพยวรางกูร  รัชกาลที่ 10 โดยโรงเรียนแต่ละแห่งต้องวิเคราะห์คุณธรรมอัตลักษณ์ของตนเอง เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียน รวมไปถึงการพัฒนาผู้บริหาร ครู และนักเรียนตาม กรอบแนวคิดโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ดังนี้     

                   คุณธรรม นิยาม พอเพียง ดำรงชีวิตพอเพียงตามพระราชดำรัส ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ สร้างสรรค์ ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว จนถึงระดับชาติ  ด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ กตัญญู ดำรงตนเรียบง่าย ไม่หลงลืมตัวเมื่อเกิดความสำเร็จ

                   ความดีงาม ต้องยกย่องเชิดชูบุพการี ครู อาจารย์ และทุกคนที่มีส่วนร่วม

                   ซื่อสัตย์สุจริต ป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับ โดยการปลูกฝัง ค่านิยมว่าการทุจริตคอร์รัปชัน คือความย่อยยับอับปาง และ ความน่าอับอาย 

                   ความรับผิดชอบ โรงเรียนคุณธรรม ผู้บริหาร ครู อาจารย์ ฯลฯ มีภาระหน้าที่ อันสำคัญ ต้องช่วยกันพร่ำสอน เพื่อให้ลูกหลานเยาวชน ก้าวทันต่อยุคโลกาภิวัตน์ ยึดมั่นความซื่อสัตย์ สุจริต

                   มีความรอบรู้  อดทน เสียสละ มีความเพียรด้วยปัญญา และความรอบคอบ

                   อุดมการณ์คุณธรรม ร่วมกันเสริมสร้างหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และปลูกฝัง ความคิดเชิงอุดมการณ์ เพื่อให้เกิดโรงเรียนคุณธรรมอย่างกว้างขวาง และทั่วถึง อันเป็นความยั่งยืนแห่งความร่มเย็น และมั่นคง ของระบบการศึกษาของชาติบ้านเมืองสืบไปในอนาคต

               ตัวชี้วัดโรงเรียนคุณธรรม

                  1) มีอุดมการณ์คุณธรรมในการพัฒนาในโรงเรียนคุณธรรม

                  2) มีกลไกและเครื่องมือในการปฏิบัติคุณธรรมจริยธรรมร่วมกันทั้งโรงเรียน 

                  3) มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านความพอเพียง ความกตัญญู และความซื่อสัตย์สุจริต 

ในโรงเรียนเพิ่มขึ้น

                  4) พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดน้อยลง

                  5) มีกระบวนการมีส่วนร่วม และสร้างความรับผิดชอบจากผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียน

                  6) มีองค์ความรู้ นวัตกรรมด้านคุณธรรมฯ และบูรณาการไว้ในชั้นเรียน

                  7) เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรมฯ

โพสท์ใน โรงเรียนสุจริต | ใส่ความเห็น

บทบาทของศึกษานิเทศก์ในงานวิชาการ

บทบาทของศึกษานิเทศก์ในงานวิชาการ 

(ศ.ดร.สายหยุด  จำปาทอง)

  1. ประสานงาน/ชี้แนะหลักสูตร มีความสามารถในการนำสาระของหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอน และตอบข้อสงสัยของผู้ร่วมงานเกี่ยวกับหลักสูตรได้ตลอดเวลา
  2. การจัดการเรียนการสอน เช่น การแบ่งเวลาของสาระการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมในชั้นเรียน แผนการจัดการเรียนรู้ และการนำนวัตกรรมมาใช้
  3. ส่งเสริมการสอนการเรียนให้มีคุณภาพสูงขึ้น เช่น การนำนวัตกรรมมาให้ความรู้และเสริมกิจกรรมการเรียน
  4. นิเทศการสอน และประเมินการสอน
  5. ส่งเสริม/เปลี่ยนแปลงสาระการเรียนรู้ให้เข้ากับเหตุการณ์สถานการณ์ปัจจุบัน
  6. ช่วยเหลือแนะนำ ส่งเสริม ความเจริญก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียน
  7. เป็นผู้นำของการสอนการเรียนตลอดเวลา
  8. ช่วยเหลือโรงเรียนเพื่อสร้างความคาดหวังของนักเรียนในการเรียนรู้ให้สูงขึ้น
  9. สร้างความสัมพันธ์กับโรงเรียนอย่างแน่นแฟ้น : ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง
  10. มีความรู้ความเข้าใจและความพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย

คุณลักษณะและพฤติกรรมที่ศึกษานิเทศก์พึงมี

  1. ความรอบรู้ในงานของศึกษานิเทศก์ : ความรอบรู้ในเชิงกว้างและลึก
  2. ความรอบรู้ในการศึกษา และทันต่อความเปลี่ยน : นโยบายของการจัดการศึกษา ปัญหาและอุปสรรคการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในและต่างประเทศ
  3. วิสัยทัศน์อันยาวไกล : ผู้นำทางการศึกษาจำต้องสร้าง กำหนด และถ่ายทอดวิสัยทัศน์อย่างมีความหมาย ความเข้าใจ และความตระหนักว่าสิ่งที่จะต้องทำในปัจจุบันอนาคตนั้นมีความจำเป็น และความสำคัญอย่างไร แท้ที่จริงในอุดมการณ์การสร้างวิสัยทัศน์ควรเกิดจากบุคคลทุกคนในทีมงานนั้น
  4. ภาวะผู้นำ ภาวะผู้นำจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับศึกษานิเทศก์ เพราะเป็นผู้นำทีมงานอยู่เสมอ
  5. สร้างวัฒนธรรมของความร่วมมือ ความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้ย่อมมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นต้น
  6. ส่งเสริมให้เพื่อนร่วมทีมงาน พัฒนาตนเองเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานให้สูงขึ้น
  7. สร้างช่องทางให้มีความมุ่งมั่นและปฏิบัติงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  8. มีอารมณ์มั่นคงและมีวุฒิภาวะ
  9. ยอมรับจุดเด่นและจุดอ่อนของตนเองและผู้อื่น
  10. สร้างความศรัทธาที่ผู้อื่นให้กับตน ความศรัทธานี้จะส่งเสริมความยอมรับ ความเชื่อถือ และความเชื่อมั่นที่ทุกคนให้กับศึกษานิเทศก์

แนวทางปฏิบัติงาน

  1. ทำความรู้จักกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง การทำความรู้จักจะช่วยสร้างให้ความปรารถนาที่จะช่วยกันปฏิบัติงานอย่างเต็ม ที่
  2. สื่อสารกับบุคคลที่ปฏิบัติงานด้วยอย่างชัดเจน ปัจจุบัน การสื่อสารมีหลากหลาย  อย่างไรก็ตามการสื่อสารระหว่างบุคคลยังมีความจำเป็นและสำคัญ
  3. สร้างความสำนึกเป็นเจ้าของจะช่วยให้ทุกคนในทีมงานมีความปรารถนาที่จะปฏิบัติงานเพราะถือว่าความสำเร็จของงานตนเองมีส่วนร่วมอยู่ด้วย
  4. ใช้ความเชื่อมั่นในตนเองให้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ความเชื่อมั่นนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อถือและการยอมรับของเพื่อนร่วมงาน การยอมรับจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราไม่หวั่นไหวในการแก้ปัญหา หรือเมื่อเกิดความผิดพลาด
  5. มีความเข้าใจต่อคนอื่น บรรพบุรุษได้กล่าวไว้ “จงปฏิบัติตนต่อผู้อื่น เหมือนกับที่ตนเองต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติกับตน” เราไม่คาดหวังว่าผู้อื่นควรหยุดทำงานของเขาแล้วมาปฏิบัติงานให้เรา
  6. ปฏิบัติตนสม่ำเสมอและเป็นตัวอย่างในฐานะเป็นผู้นำในวงวิชาการเราควร สร้างมาตรฐานให้สูงไว้ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เป็นผู้นำที่ทำได้ และเป็นตัวอย่างได้
  7. ประชาสัมพันธ์ความสำเร็จ เมื่อทำสิ่งใดสำเร็จ ควรให้ผู้อื่นได้ชื่นชมและเห็นคุณค่า นอกจากนี้การได้รับความสนใจและการยกย่องก่อให้เกิดขวัญกำลังใจ และความเชื่อมั่นแก่ผู้ร่วมงานอีกด้วย

 การพัฒนาตนในวิชาชีพ

  1. มีแผนพัฒนาตนเองในวิชาชีพเป็นรายปี
  2. ศึกษาดูงาน เข้าร่วมสัมมนา ประชุมปฏิบัติการ และประชุมวิชาการในสาขางานที่ตนเองรับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับงานในวิชาชีพ
  3. อ่าน/เขียนบทความทางวิชาการ สร้างงานวิจัยและเสนอผลงานในที่ประชุมวิชาการ
  4. สร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวาง เพื่อความร่วมมือในการปฏิบัติงาน
  5. มีกลุ่มเพื่อนที่จะแลกเปลี่ยนความรู้/ความคิดเห็น เช่น เพื่อนแนะนำเพื่อน และเพื่อนผู้ติชม เป็นต้น
  6. ปรับเปลี่ยนตนเอง เพื่อสนองตอบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น การปฏิรูการศึกษา เมื่อศึกษานิเทศก์ปรับเปลี่ยนแล้ว ผู้ร่วมงาน เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ครู จะปรับเปลี่ยนไปด้วยทั้งในด้านความตระหนัก ความรู้ และความสามารถ
  7. ศึกษานิเทศก์ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับผู้บริหารสถานศึกษา และครู ภาวะผู้นำของศึกษานิเทศก์จะช่วยให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูพัฒนาความรู้ ความสามารถในวิชาชีพ ซึ่งจะช่วยผลไปสู่การพัฒนานักเรียนทั้งด้านวิชาการ และสังคม
  8. แม้ว่างานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นผู้นำทางหลักสูตรและ การสอนของศึกษานิเทศก์กับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนยังซับซ้อนและไม่ชี้ชัดเจน แต่จะพออนุมานได้ว่าความเป็นผู้นำของศึกษานิเทศก์ทางหลักสูตรและการสอน สัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
  9. เสาะแสวงหาแนวคิด/หลักการใหม่ๆ เพื่อพัฒนา/สร้างรูปแบบของหลักสูตรและการสอนและนิเทศอยู่เสมอ
โพสท์ใน การนิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษา, Uncategorized | ใส่ความเห็น

สพฐ.ใสสะอาดปราศจากคอรัปชั่น

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

นโยบายการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

ประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

เรื่อง  นโยบายการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖0

              สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้ความสำคัญกับการบริหารงานภายใต้กรอบการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) และนโยบายของรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ รวมถึงนโยบายส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)

              ในฐานะผู้บริหารของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล จึงขอให้คำมั่นในการบริหารงานว่า จะบริหารงานและส่งเสริมให้ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ปฏิบัติราชการอย่างมีคุณธรรม มีความโปร่งใสและปราศจากการทุจริต โดยมีแนวทางการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการบริหารงานเพื่อให้สาธารณชน ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงาน จำนวน ๖ ด้าน ดังต่อไปนี้

                   ๑. ด้านความโปร่งใส  สาธารณชน ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ได้อย่างสะดวกในช่องทางที่กำหนด มีการเปิดเผยข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ตามความเหมาะสม และมีระบบการจัดการเรื่องร้องเรียนที่ดี

                   แนวทางปฏิบัติ ได้แก่

                             (๑) ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้องตามกฎระเบียบ และเปิดเผยข้อมูล การดำเนินงานด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้

                             (๒) เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ได้ตามความเหมาะสม บนพื้นฐานของการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติราชการ

                             (๓) มีระบบการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน และประชาสัมพันธ์แนวทางการรับเรื่องร้องเรียนต่อสาธารณชนได้รับเทราบอย่างชัดเจน

                   ๒. ด้านความพร้อมรับผิด  ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล มีความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงาน

                   แนวทางปฏิบัติ ได้แก่

                             (๑) ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติราชการ

                             (๒) มอบนโยบายการปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และซื่อตรงต่อหน้าที่

                   ๓. ด้านความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน  การส่งเสริมให้ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล มีจิตสำนึกด้านคุณธรรมและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น   

                   แนวทางปฏิบัติ ได้แก่

                             (๑) เสริมสร้างจิตสำนึกของผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้ตระหนักถึงความซื่อตรง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสและยึดหลักคุณธรรม

                             (๒) กำหนดแนวทางปฏิบัติกรณีการรับหรือให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

                   ๔. ด้านวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร  การสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึ้น ของผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ไม่ยอมรับพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่น และละอายที่จะกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น

                   แนวทางปฏิบัติ ได้แก่

                             (๑) ส่งเสริมการตรวจสอบการบริหารงาน เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความโปร่งใสตรวจสอบได้

                             (๒) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อให้ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมได้

                   ๕. ด้านคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน การมีระบบการบริหารงานตามหลักธรรมมา     ภิบาลและคุณธรรมในการบริหารงาน

                   แนวทางปฏิบัติ ได้แก่

                             (๑) มุ่งเน้นการบริหารงานและพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างมีระบบ มีคุณธรรม การมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้

                             (๒) ให้ความสำคัญกับการบริหารงบประมาณอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักความคุ้มค่าตรวจสอบได้

                             (๓) ให้ความสำคัญกับการมอบหมายงานที่มีความเป็นธรรม เท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ

                             (๔) เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้มีประสิทธิภาพ

                   ๖. ด้านการสื่อสารภายในหน่วยงาน  การมีช่องทางในการสื่อสารให้ผู้บริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ปฏิบัติงานที่มีคุณธรรมและความโปร่งใส

                   แนวทางปฏิบัติ ได้แก่

                             (๑) ผู้บริหารระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และระดับสถานศึกษา เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสทั้ง 6 ด้าน ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ตระหนักถึงการนำนโยบายไปปฏิบัติ

                             (๒) สื่อสารนโยบายการสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสทั้ง 6 ด้าน ทางระบบ       สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายข่าว และเว็บไซต์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล http://www.sesao.go.th

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                       ประกาศ  ณ  วันที่  ๒๔  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๖๐

            นายอดุลย์  พรมแสง

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

โพสท์ใน เขตพื้นที่การศึกษาสุจริต | ใส่ความเห็น

เจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

ประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล 

เรื่อง  เจตจำนงสุจริตในการบริหารงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖0

                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้ความสำคัญกับการบริหารงานด้วยคุณธรรมและความโปร่งใส ตามนโยบายรัฐบาล (นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา) เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๗ ในด้านการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันการปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในภาครัฐ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๒ คู่มือการปฏิบัติตามข้อบังคับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยจรรยาข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๒ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ฯศ. ๒๕๕๔ เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และตามคู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)

              สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ประจำปี ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒ (ระยะ ๔ ปี) ซึ่งครอบคลุม ด้านความโปร่งใส ด้านความพร้อมรับผิด ด้านความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน ด้านวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ด้านคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน และด้านการสื่อสารภายในหน่วยงาน และเชื่อมั่นว่าความประพฤติของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในสังกัด จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของสังคม เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชน และคาดหมายว่าข้าราชการทุกคนจะประพฤติตนอย่างสมเกียรติในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตน

             ข้าพเจ้า ขอแสดงเจตจำนงสุจริตในฐานะผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ที่พร้อมจะส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดทุกท่าน ปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรม มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล พร้อมที่จะรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และมอบความเป็นธรรมแก่ประชาชน อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม และขอแสดงเจตจำนง ต่อเพื่อนข้าราชการทุกคนว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ด้วยสำนึกและตระหนักในความรับผิดชอบที่มีอยู่ จะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เต็มสติปัญญา ความรู้ ความสามารถด้วยความสุจริตเที่ยงตรง เพื่อให้งานที่ทำปราศจากโทษเสียหาย และให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ในการบริหารงาน จะยืนหยัดต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ และจะยึดมั่นทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เป็นส่วนราชการนสีขาวอย่างยั่งยืน โดยจะดำเนินการ ดังนี้

                     ๑. ปฏิบัติงานทุกขั้นตอนตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับอย่างครบถ้วน เคร่งครัด ตลอดจนส่งเสริมให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติงานตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

                    ๒. ปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ ค่านิยมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รู้จักแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม

                   ๓. ไม่ยอมรับพฤติกรรมการทุจริตคอรัปชั่น และไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ อันจะส่งผลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล พึงเกิดความละอายหรือความกลัวที่จะกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น

                   ๔. ปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้เรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ได้ตระหนักถึงผลร้าย และร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

                  ๕. แนวทางการดำเนินการและกิจกรรมความร่วมมือ

                        ๕.๑ ประสานงานและให้ความร่วมมือในการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)

                       ๕.๒ ประสานความร่วมมือ และเข้าร่วมเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในสังกัด

                       ๕.๓ ร่วมกันดำเนินการศึกษาวิจัย รวบรวมองค์ความรู้ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แนวทางการส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้เรียน ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด ให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่อต้านการทุจริต และร่วมเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริต

                      ๕.๔ ร่วมกันดำเนินงานและจัดกิจกรรมตามดัชนีวัดคุณธรรมและความโปร่งใส สำหรับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

                       ๕.๕ ร่วมกันจัดทำช่องทางการสื่อสาร เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทาง รวมถึงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในฐานะเครือข่ายความร่วมมือป้องกันและปราบปรามการทุจริต

                       ๕.๖ ร่วมดำเนินการอื่นใด ในด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ กับหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ

                           ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                                            ประกาศ  ณ  วันที่  ๒๔  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๖๐

                                                                                                     นายอดุลย์  พรมแสง

                                                       ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล 

 

โพสท์ใน เขตพื้นที่การศึกษาสุจริต | ใส่ความเห็น

บุคลิกภาพสำหรับนักบริหารมือเยี่ยม

บุคลิกภาพสำหรับนักบริหารมือเยี่ยม

ดร.จรวยพร   ธรณินทร์

นักบริหารทุกคนล้วนใฝ่ฝันในการก้าวขึ้นไปสู่สุดยอดของความสำเร็จ หลายคนไต่เต้าไปจนถึงจุดหมายปลายทาง แต่บางคนเดินทางไปไม่ถึงดวงดาว  ทำไมจึงเป็นเช่นนี้  หรือเพราะว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง แล้วท่านละ ท่านจะหยุด จะถอย หรือจะสู้ต่อไป

ลองค้นหาคุณสมบัติของนักบริหารมือเยี่ยมในตัวท่าน สำรวจว่าท่านมีลักษณะและประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับนักบริหารรัฐกิจระดับสูงแล้วหรือยัง  ท่านมีปัจจัยอัจฉริยะภาพแฝงเร้นในตัวท่านหรือไม่บุคลิกภาพของท่านเหมาะสมกับการเป็นนักบริหารมืออาชีพหรือเปล่า  แบบแผนการดำเนินชีวิตของท่านทำลายคุณภาพชีวิตและสุขภาพของตนเองใช่หรือไม่  และท่านมีวิธีรับมือกับภาวะวิกฤตอย่างไร

ขอให้ท่านค้นพบตนเองและมุ่งมั่นก้าวไปในเส้นทางนักบริหาร  เส้นทางที่ท่านได้เลือกแล้ว  จงพัฒนาบุคลิกภาพและสุขภาพซึ่งเป็นทักษะขั้นต้นของนักบริหารให้ดีเพียงพอ  เพื่อให้ท่านมีพื้นฐานในการเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ในขั้นสูงต่อไป

ทักษะและประสบการณ์ทางวิชาชีพสำหรับนักบริหารระดับสูง

การเป็นนักบริหารระดับสูงไม่ใช่ว่าเป็นกันง่าย ๆ หรือทำได้ในระยะเวลาอันสั้น  หากแต่นักบริหารต้องสั่งสมประสบการณ์และบารมีเป็นเวลาแรมปี  จากการสำรวจของผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้เชิญมาร่วมผลิตชุดวิชาในโปรแกรมบริหารรัฐกิจ พบว่าทักษะดังต่อไปนี้คือประสบการณ์วิชาชีพซึ่งนักบริหารรัฐกิจระดับสูงทุกคนพึงต้องมี

  1. องค์ประกอบของความสำเร็จในการทำงาน
  2. การกำหนดเป้าหมายและการวางแผนในการทำงาน
  3. หลักและวิธีการประสานงาน
  4. กระบวนการแก้ปัญหาและตัดสินใจ
  5. การประชุมและการทำงานเป็นทีม
  6. ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
  7. พฤติกรรมการเมืองในองค์การ
  8. มนุษย์สัมพันธ์และการจูงใจ
  9. การสื่อความหมายและการเขียนหนังสือราชการ
  10. สุขภาพและการพัฒนาบุคลิกภาพ
  11. ความรับผิดชอบในการบริหารรัฐกิจ
  12. การดำรงชีวิตและจริยธรรมในการทำงาน
  13. การเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิต
  14. กระบวนการกลุ่มและการทำงานเป็นคณะ
  15. การพัฒนาภาวะผู้นำ

สัจธรรมแห่งชีวิต 6 ประการ

เส้นทางไปสู่การเป็นนักบริหารของแต่ละบุคคล ย่อมเผชิญทั้งความสำเร็จ  ความผิดพลาด  ความสมหวัง  และความล้มเหลว  หากนักบริหารได้เข้าใจหลักความจริงหรือสัจธรรมแห่งชีวิต  เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติเตือนใจให้เข้าถึงแก่นแท้ของการดำเนินชีวิต  ก็จะช่วยให้ท่านรู้จักปล่อยวาง  รู้จักเร่งเร้า และรู้จักถอยร่นอย่างได้จังหวะอย่างเหมาะสม

มาค้นหาสัจธรรมแห่งชีวิต 6 ประการ เพื่อให้ท่านเข้าใจตนเองและผู้อื่น รวมทั้งมีเรี่ยวแรงทำงานอย่างไม่ท้อถอย

  1. มนุษย์เติบโตมาจากภูมิหลังที่ต่างกัน จึงทำให้มนุษย์ไม่เหมือนกัน ท่านจะคาดคั้นบีบบังคับให้ทุกคนคิดอย่างเดียวกัน พูดทำนองเดียวกันหรืออแสดงออกมาเป็นพิมพ์เดียวกันไม่ได้
  2. ไม่มีใครที่ดีที่สุดหรือเลวที่สุด แต่เพียงอย่างเดียว  ทุกคนมีทั้งดีและเลว  ขึ้นอยู่กับว่าท่านรู้จักเขาดีเพียงพอหรือไม่  ท่านให้อภัยหรือชื่นชมผลกระทำของเขาได้หรือเปล่า
  3. มนุษย์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้  ถ้ามีความตั้งใจที่จะเรียนรู้วิธีเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นจงอย่าประเมินผู้อื่นต่ำ  อย่าดูถูกเหยียบย่ำผู้อื่น  แต่จงชี้แนะวิธีทำงานที่ดีกว่าเพื่อให้เขาค้นพบการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
  4. มนุษย์จะทำได้หากได้รับโอกาส  และจะทำได้ดีหากมีกำลังใจได้รับคำชมและคำชี้แนะ  แต่จะนั่งรอโชคไม่ได้  ต้องสร้างโอกาส  และต้องขวนขวายหาทางจูงใจผู้อื่นมองเห็นฝีมือและความสามารถของตน
  5. 5. คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่การประเมินจากผู้อื่น  เขาจะถูกประเมินอยู่ตลอดเวลา  เขาจะเป็นคนดีเมื่อมีเสียงชื่นชมมากกว่าเสียงสาปแช่ง  และสุดท้ายเมื่อเขาจากโลกไปเสียงที่ประเมินครั้งสุดท้ายจะเป็นการประเมินผลงานรวมตลอดชีวิตของบุคคลนั้น
  6. มนุษย์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดต้องมีทั้งความดี  ความเก่ง  และโอกาส  จะสำเร็จหรือล้มเหลวล้วนเป็นฝีมือของเหล่ามนุษย์ด้วยกันทั้งสิ้น

ปัจจัยนำสู่บุคคลอัจฉริยะภาพ

ความสำเร็จในชีวิตของนักบริหารแต่ละคนขึ้นกับปัจจัยและโอกาสหลายองค์ประกอบ บางคนโชคดีมาตั้งแต่เกิด  แต่หลายคนก็ต้องทำงานหนักกว่าจะปีนบันไดขึ้นมาถึงจุดยอด พลตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์  ปราโมช อดียนายกรัฐมนตรีไทยผู้ล่วงลับไปแล้วได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า  บุคคลจะมีบุคลิกภาพที่จัดว่าอยู่ในขั้นอัจฉริยะภาพเมื่อมีปัจจัยแห่งความสำเร็จ  ยิ่งมีองค์ประกอบมากยิ่งดีเยี่ยม  แต่ถ้ามีไม่ครบก็ต้องไข่วคว้าหรือเสาะแสวงหาเพิ่มเติมในภายหลัง

  1.  ความเป็นผู้ที่เกิดมาในตระกูลอันสูง  จะช่วยเสริมสร้างบารมี  เกียรติยศให้แก่บุตรธิดาในตระกูลนั้นได้อย่างดี  บุคคลที่เกิดมาในลักษณะคาบช้อนทอง จึงนับได้ว่ามีบุญวาสนาดี  แต่ชาติกำเนิด
  2. บิดามารดาปลูกฝังอบรมมาดี  ความเอาใจใส่ในการเลี้ยงดูของบิดามารดาทำให้บุตรธิดา เติบโตด้วยความรักความอบอุ่น  มีคุณสมบัติผู้ดี  เพราะสำเนียงส่อภาษา  กิริยาส่อตระกูล
  3. ความเป็นเลิศทางการศึกษา  การศึกษาจนได้ปริญญาบัตร  นับว่าเป็นกลไกแห่งการยกวิทยฐานะบุคคลได้ดี  ผู้มีการศึกษาสูงย่อมได้เปรียบในแง่ของการได้พบได้ยินได้เห็นวิทยาการร่วมสมัย  มากกว่าผู้มีการศึกษาน้อย
  4.  ความเป็นผู้ใกล้ชิดสังคม  การติดตามข้อมูลข่าวสารทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี  การรู้ตื้นลึกหนาบางของสังคมวิชาชีพและวางการสังคมทั่วไปให้บุคคลเป็นที่ยอมรับของกลุ่มด้วย
  5. ความเป็นผู้มีเพื่อนมาก  ทำให้มีคู่คิด  คู่ปรับทุกข์  ช่วยสนับสนุนเกื้อกูล  มีช่องทางในการทำงานได้กว้างขวาง
  6. ความห้าวหาญชอบทำงานใหญ่  ช่วยให้จิตใจฮึกเหิม  คึกคัก  และกระตือรือร้นที่จะทุ่มเทความพยายามจนงานสำเร็จลุล่วง
  7. เมตตานุภาพแก่คนทั่วไป  ผู้ที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เมตตาแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก  รู้จักให้อภัยและชื่นชมผู้อื่น  เป็นผู้ที่มีจิตใจกว้างขวาง  และช่วยให้มองโลกในแง่ดี
  8. ประพฤติตนเป็นผู้กระหายความรู้  แสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันสมัย  ทันคนและทันเหตุการณ์  นักบริหารต้องอ่านมาก  ฟังมาก  และประชุมบ่อย  เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้มีสายตายาวและกว้างไกล
  9. เรียนรู้ในหลายสาขาอาชีพ  จะช่วยให้มีความรู้ทั่วไปดีและสามารถคบหาสมาคมกับบุคคลได้หลายวงการ
  10. ความยอดเยี่ยมเชิงภาษาและเจรจาได้จับใจ  นักบริหารต้องพูดและต้องฟัง  ความสามารถในการชักจูง  เชิญชวน  ปลุกใจ  เร่งเร้าและปลอบขวัญเป็นทักษะที่นักบริหารต้องใช้ทุกวัน  และต้องใช้ให้เป็นประโยชน์
  11. ปฏิญาณเป็นเยี่ยมและเป็นผู้มากด้วยอารมณ์ขัน  ความสามารถในการเผชิญหน้ากับปัญหาวิกฤติ  แล้วหลบหลีกแก้ไขได้ต้องอาศัยสติปัญญาและไหวพริบ  และอารมณ์ขันจะช่วยให้นักบริหารดูเป็นกันเอง  มีวุฒิภาวะและความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม
  12. 12. มุ่งมั่นในเป้าหมายและยืดหยุ่นในวิธีการ  นักบริหารย่อมต้องการความสำเร็จ  ความตั้งใจและกำลังใจอันแน่วแน่ในการทำงาน  เป็นคุณสมบัติที่ดี  แต่การทำงานอาจมีทางเลือกได้หลายทาง  นักบริหารชั้นเยี่ยมจึงต้องมีความอ่อนตัวในการแสวงหาทางเลือก  และหาทางไปถึงเป้าหมายให้จงได้

บุคลิกภาพและวิธีทำงานของนักบริหารชั้นเยี่ยม

นายประสิทธิ์  กาญจนวัฒน์  อดีตประธานรัฐสภาและรัฐมนตรีหลายสมัย  ผู้ได้รับฉายาว่า      “มังกรร้ายแห่งบางขนาก”  ได้เคยเล่าถึงวิธีทำงานสู่ความเป็นเลิศของนักบริหาร  ต้องประกอบด้วยกลยุทธ์ศิลปะ  และศาสตร์หลายด้าน  ดังนี้

 

 

1. รู้จักบริหารตนเอง

 

วางระบบให้แก่ตนเอง  ฝึกตนเองให้เป็นคนมีวินัยโดยเข้มงวดต่อตนเอง ประกอบหน้าที่ด้วยการกำหนดเป้าหมาย  นโยบาย  วิธีการ  โครงการและแผนปฏิบัติงานอย่างแจ่มชัด  ไม่เพ้อฝันปฏิบัติได้  รู้จักประพฤติให้ถูกทำนองครองธรรม  ละเว้นการกระทำที่ถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง เก็บความรู้สึกมิให้ออกนอกหน้า
 

2.  ทำงานอย่างมีระบบ

 

มีโครงการ แผนงาน มีการสรุปประเมินผล  สำรวจตรวจสอบการปฏิบัติงานของตนเองและลูกน้องอยู่เสมอ ทำงานด้วยการวางเป้าหมาย และต้องทำให้ดีที่สุด ให้บรรลุเป้าหมายให้จงได้
 

3.  รักในงานที่ทำ

 

ทำงานอย่างมีชีวิตชีวา  กระตือรือร้น  ขยัน  อดทน  มุมานะบากบั่น อย่างเต็มที่  หนักเอาเบาสู้ไม่ท้อถอย  กล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ  ไม่กลัวความยากลำบาก  ทำงานด้วยความตั้งใจ  รับผิดชอบต่อหน้าที่
4.  รู้จักใช้คนให้เหมาะกับงานและรู้จักใช้งานให้เหมาะกับคน รู้จักภูมิหน้าภูมิหลัง  นิสัยใจคอ  จุดดีจุดด้อยของคน  รู้จักชื่อและนิสัย ยิ่งรู้ถึงบุตรภรรยา/สามีได้ยิ่งดี  ต้องรู้ความคิดความอ่านว่ามีแนวคิดแบบไหน  อ่านคนให้ทะลุ  ให้ความสำคัญของคน
5.  รู้หลักโอนอ่อนผ่อนปรน (ช้า-เร็ว/ อ่อน-แข็ง/ มาก-น้อย) ยึดหลักช้า-เร็ว  อะไรควรทำช้าก็ไม่ใจร้อน  อะไรเร่งด่วนต้องทำทันที อย่าปล่อยค้างเพราะบางทีพรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว  อ่อน-แข็ง  อะไรที่ควรผ่อนปรนก็คงยืดหยุ่น  อะไรที่ควรแข็งต้องยืดหยัดยอมไม่ได้ มาก-น้อย อะไรควรทำให้มากก็ทำให้มาก  อะไรควรน้อยก็ทำให้น้อยลง  ไม่หย่อนไม่ตึง

 

6.  แสวงหาความรู้ใส่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา หาความรู้เพิ่มเติมให้ทันเกม  ทันสถานการณ์  อ่านหนังสือพิมพ์  ดูโทรทัศน์  เข้าสัมมนา
7.  จิตใจกว้างขวาง ไม่คิดแคบ  ไม่คิดเล็กคิดน้อย  จิตคับแคบจะทำงานใหญ่ไม่ได้  ถ้าจะทำงานใหญ่อย่าคิดเรื่องเล็ก
8.  มีสายตายาวไกล ทำอะไรไม่หวังผลเพียงระยะสั้น ๆ หากต้องหวังผลระยะยาวด้วย
9.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าคิด  กล้าทำ  กล้านำ  กล้าสู้  มิใช่เป็นผู้รับคำสั่งเพียงประการเดียว
10.  รู้จักบริหารเวลา เวลาทุกนาทีเป็นสิ่งที่มีค่า  ใช้ทุกนาทีให้เกิดประโยชน์ เวลาไหนควรทำอะไร  ทำนานาแค่ไหน  ต้องกำหนดโปรแกรมให้แน่นอน อะไรเร่งด่วนก็รีบทำก่อน  แยกเรื่องด่วนกับไม่ด่วนออกจากกัน
11.  เก็บรับบทเรียนในอดีต ป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเกิดซ้ำอดีต แก้ไขความผิดพลาด นำเอาความผิดพลาดมาเป็นครู  เพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดอีก
12.  มีคุณธรรม  พรหมวิหารสี่ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เมตตาเห็นใจ  กรุณาให้ความช่วยเหลือ มุทิตาเมื่อคนอื่นได้ดีก็ยินดีด้วย และอุเบกขา เป็นผู้วางเฉย  ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรจนเกินไป ไม่จริงจังกับชีวิตการงานจนเกินขอบเขต  รู้จักปล่อยวาง  สนุกสนานร่าเริง    ซึ่งจะทำให้ไม่เครียด
13.  รู้จักรุก  รู้จักถอย  เรียนรู้จากผู้อื่น รู้จักชนะโดยไม่หยิ่งผยอง  รู้จักแพ้อย่างสงบ  รู้จัดให้อภัย  เรียนรู้จากผู้อื่น  แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์กับเรา

บุคลิกภาพสำหรับนักบริหารระดับนายกรัฐมนตรี

ได้มีการสำรวจประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของนักบริหารรัฐกิจและนักวิชาการ  เกี่ยวกับคุณสมบัติของ  “นายกรัฐมนตรีในอุดมคติ”  พบข้อมูลที่น่าสนใจยิ่ง  ซึ่งนักบริหารท่านใดที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้นำของประเทศน่าจะได้ศึกษาสำรวจดูว่า  ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนหรือขาดคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด  เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านพัฒนาบุคลิกภาพให้เป็นเลิศและให้เหมาะสมกับตำแหน่งเกียรติยศ

1.  รู้จักประมุขศิลป์ มีบารมี  มีอำนาจ  มีศรัทธา  ได้รับความเกรงใจ  เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมีเสน่ห์  มีวาทศิลป์ในการเจรจา  มีอารมณ์ขัน  รู้จักเลือกใช้ข้อมูล
 

2.  ผู้ฉลาดเฉลียวรอบรู้

มีไหวพริบปฏิภาณเฉียบแหลม  สุขุม  รู้จักใช้ดุลพินิจ  แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีระบบข้อมูลดี  มีความรู้รอบตัวสูงโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ กฎหมาย  การเมือง  การศึกษา  วัฒนธรรม  ประเพณี  และศิลปะ
3.  ผู้กล้าหาญและเข้มแข็ง กล้าคิด  กล้าพูด  กล้าตัดสินใจ  กล้าเผชิญปัญหาและความรับผิดชอบ  กล้าทำด้วยความมุ่งมั่นเด็ดขาด  ไม่เกรงกลัวอิทธิพลอำนาจมืด
 

4.  ผู้มีความพร้อมและอุทิศตน

พร้อมที่จะอุทิศตนรับใช้ชาติ  ด้วยความเสียสละเพื่อประโยชน์สุข ของส่วนร่วม  ใจกว้างรับฟังข้อคิดเห็นของทุกฝ่าย  ลงมาคลุกกับปัญหาของประชาชน
5.  ผู้มีคุณธรรม ผู้นำต้องซื่อสัตย์  ยุติธรรม  ไม่โกงกิน  ไม่เห็นแก่พรรคพวก วางตัวเป็นตัวอย่างที่ดี  ให้น่าเคารพนับถือ
6.  ผู้มีความสามารถและ

      ประสบการณ์

มีความสามารถสูงในการแก้ปัญหาระดับชาติ  ใช้ประสบการณ์ในการทำงานจนประสบความสำเร็จอย่างดี
7.  ผู้เด็ดเดี่ยวและฉับไว แก้ปัญหาได้ทันฉับพลัน  แก้ไขสถานการณ์วิกฤติได้อย่างรวดเร็ว
8.  ผู้หนักแน่นและมั่นคง มีนโยบายเป้าหมายที่แน่นอน  มีจุดยืนและใช้ความพยายามผลักดัน  ในการทำงาน
9.  ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ มองการณ์ไกลไปข้างหน้า  มีแนวคิดใหม่ ๆ มองได้กว้างไกลกว่าผู้อื่น

แนวทางพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับนักบริหาร

การพัฒนาบุคลิกภาพของนักบริหาร  ต้องใช้เทคนิคและกระบวนการหลายวิธี  และต่อไปนี้คือแนวคิดหลักในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง  ข้อสำคัญคือไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน  แต่นักบริหารต้องแสวงหาวิธีที่เหมาะกับตนเอง

  1. ต้องเข้าใจความหมายของความสำเร็จ

ความสำเร็จคือการบรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตตามภูมิหลัง  และความสามารถที่น่าจะบรรลุได้ ความสำเร็จไม่ได้หมายความว่าจะล้มเหลวไม่ได้  แต่หมายถึงว่าท่านจะยอมรับความล้มเหลวไม่ได้ต่างหาก  แต่ถ้าล้มลงก็ต้องลุกขึ้นได้ สู้ไม่ถอยและปรับกลยุทธ์ใหม่

  1. ต้องฝึกฝนเพื่อความสำเร็จ

Ä วิเคราะห์จุดดีจุดอ่อนของตนเอง

Ä วางแผนที่แน่นอนชัดเจนในการแก้ไข

Ä สร้างวินัยควบคุมตนเอง  ผลักดันให้พยายามทำตารางเวลา

Ä ทุ่มเทความพยายามในการทำงานตามแนวใหม่ แม้ ต้องเหนื่อย

Ä ฝึกทำงานเพื่อให้เกิดความสำเร็จ  จนมีนิสัยทำงานที่ดี

Ä อ่าน/ ฟัง/ ประชุม  เรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ใฝ่ดี

  1. ต้องปรับภาพพจน์ใหม่

คนที่ทำงานล้มเหลวจะมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากผู้ประสบความสำเร็จ  ลองเปลี่ยนภาพของท่านให้เป็นภาพของผู้ที่ทำงานสำเร็จ

ภาพของคนล้มเหลว

1. คิดว่าความสำเร็จขึ้นกับเส้นและอิทธิพล

2. โทษโชคชะตา

3. ไม่ยอมรับว่าตนเองผิดพลาด

4. ได้งานมาแต่ละชิ้น มักบ่นมากกว่าทำ

5. เมื่อพูดถึงงานไม่มีความประทับใจ

6. ห่วงกลัวแต่ว่าตนเองจะเสียเปรียบ

7. ไม่รู้ตัวว่าล้มเหลว

8. ไม่เคยเอางานไปทำที่บ้าน

9. ขาดพลังงาน

ภาพของคนทำงานสำเร็จ

1. ปัจจัยความสำเร็จอยู่ในตัวถือทำงานหนักและใช้สติปัญญา

2. มีแนวคิดว่าความสำเร็จอยู่ทีโอกาสซึ่งควบคุมได้ จึงเตรียมความพร้อมและสร้างโอกาสอยู่เสมอ

3. รับผิดชอบการกระทำและความผิดพลาดของตนเอง

4. ทุ่มเททำงานหนัก

5. มีความสุขในการทำงาน

6. ทุ่มเทเพื่อแก้ปัญหาให้ตนเองได้ประโยชน์

7. ปรับตัวได้รวดเร็ว

8. ทำงานค้างให้ลุล่วงสำเร็จ แม้ต้องนำไปทำต่อที่บ้าน

9. รู้สึกมีพลังงาน มีชีวิตชีวา เล่นกีฬาเป็นประจำ

  1. ต้องปรับบุคลิกในการแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น

€ แต่งกายและใช้เครื่องใช้สอยที่แสดงถึงรสนิยมดี

€รู้จักทักษะสังคม  วางตัวเหมาะสม  โดยเฉพาะทักษะที่โต๊ะอาหารและห้องประชุม

€ รู้จักแสดงภาษากาย  กิริยาท่าทาง  ให้น่าดูน่าฟัง

€รู้จักการแสดงตัวได้เหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับ  แต่ควรเป็นบทพระเอง พระรอง หรือ

ผู้สนับสนุนพระเอก ไม่ควรเล่นบทผู้ร้าย

€ รู้จักปรากฏตัวให้เด่น สง่า สำคัญ มีมาดผู้นำที่สุภาพและสุขุม

€ เมื่อเสนอข้อมูลต้องนำเสนออย่างมีชีวิตชีวา  ด้วยความกระตือรืนร้น

€ ยืนหรือนั่งให้ผึ่งผาย  นัตย์ตามองนิ่ง  หน้าขรึม ศีรษะนิ่งควบคุมอากัปกิริยาให้ราบเรียบ

เมื่อต้องเผชิญภาวะวิกฤติ

  1. การแสดงอำนาจของผู้มีอำนาจที่แท้จริง

— ต้องมีกลยุทธ์ในการชักจูงผู้อื่นให้คล้อยตาม เช่น เชิญมาประชุม ปลุกระดมให้ตื่นตัว

— ต้องรู้ว่าจะใช้อำนาจอะไร เมื่อใด กับใครและอย่างใด  จึงจะไม่เป็นดาบสองคม

— ก่อนสั่งผู้อื่น ต้องฝึกรับคำสั่งให้เป็น

— ต้องรู้จักการใช้อำนาจโดยเริ่มการมอบงานง่าย ๆ แล้วค่อยเสริมฐานอำนาจให้เข้มแข็งขึ้น

— เมื่อถูกท้าทายอำนาจ  ต้องเข้มแข็ง แสดงภาวะผู้นำด้วยความกล้าหาญและนุ่มนวล

— ผู้มีอำนาจที่แท้จริง เป็นผู้ทำตัวให้มีเสน่ห์เสมอ

— รู้จักสร้างเครือข่ายเพื่อหาผู้สนับสนุนอย่างชอบธรรม

สุขบัญญัติสำหรับนักบริหาร

นอกเหนือไปจากการพัฒนาบุคลิกภาพแล้ว นักบริหารจำเป็นต้องเอาใจใส่บำรุงรักษาสุขภาพของร่างกาย และจิตใจ  เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย  และรู้จักผ่อนคลายจิตใจเมื่อเกิดความเครียด

ต่อไปนี้เป็นสุขบัญญัติ 10 ประการสำหรับนักบริหาร

  1. เรียนรู้เรื่องสุขภาพ
  2. ปฏิบัติตนตามหลักการสร้างเสริมสุขภาพ
  3. กินอาหารดีมีประโยชน์ในปริมาณพอเหมาะ
  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  5. สร้างอารมณ์ขัน  ร้องเพลงได้วันละเพลง
  6. รู้จักป้องกันอัตราเสี่ยงภัยด้านสุขภาพ
  7. ตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง
  8. ป้องกันอุบัติภัย
  9. พัฒนาบุคลิกภาพให้มั่นคง
  10. สร้างจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม

โภชนาการสำหรับนักบริหาร

ปัจจัยสำคัญในการดูแลสุขภาพ คือ เรื่องของอาหารการกิน  นักบริหารควรใช้หลักการในเรื่องโภชนาการดังนี้

  1. กินให้ครบ 3 มื้อ  ไม่กินจุกจิกระหว่างมื้อ
  2. ไม่เกินอาหารมากเกินไปโดยเฉพาะไขมัน กินข้าวพอประมาณ กินปลาเป็นประจำ
  3. ควรใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไลโนเลทิกสูง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง
  5. กินอาหารจำพวกผักและผลไม้ให้มาก
  6. ไม่กินอาหารรสเค็มจัด  เพราะจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง
  7. ไม่กินอาหารหวานจัด  เพื่อป้องกันโรคอ้วน
  8. ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว
  9. อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก
  10. เมื่อไปงานเลี้ยงมาแล้ว มื้อต่อไปควรลดปริมาณลง

วิธีรับมือกับความวิตกกังวล

ความเครียดวิตกกังวลเป็นคู่แฝดของนักบริหารเสมอ ทั้งนี้เพราะหน้าที่ของนักบริหารคือการ  แก้ปัญหา ซึ่งปัญหาย่อมนำความวิตกหวั่นเกรงให้กับคู่กรณี นายประวีณ  ณ นคร  อดีตเลขาธิการ สำนักงาน ก.พ. ได้เสนอแนะวิธีรับมือกับความวิตกกังวลของนักบริหารระดับสูงไว้ดังนี้

ปัจจัยที่ทำให้นักบริหารระดับสูงกังวล

1. งาน

– งานไม่ถูกใจ  มาก  ยาก  เสี่ยงอันตราย

2. คน

–  ผู้บังคับบัญชา (สั่งมาก  ไม่ชอบหน้า)

–  ผู้ใต้บังคับบัญชา (ไม่ร่วมมือ  เลื่อยเก้าอี้)

–  ผู้เกี่ยวข้องอื่น (นักการเมือง การประท้วง ผู้ขัด

ผลประโยชน์  ผู้มีอิทธิพล  ญาติพี่น้อง)

–  ตนเอง (สุขภาพไม่ดี  ความรู้ไม่พอ  อยากก้าวหน้า)

3. สิ่งแวดล้อม

– ระเบียบแบบแผน (ตั้ง ยุบ เลิก เปลี่ยน)

– การเมือง (เปลี่ยนรัฐมนตรี)

– เศรษฐกิจ (งบจำกัด  งานขยาย)

– สังคม (ต้องรักษาชื่อเสียงศักดิ์ศรี แต่เงินเดือนน้อย)

4. จิตใจ

– ความอยาก (อยากได้ ดีเด่น รวย)

– ความเกลียด (โกรธ อิจฉา ไม่ถูกชะตา)

– ความกลัว (กลัวผิดระเบียบ กลัวเสียหายกลัวไม่สำเร็จ)

– ความห่วง (ห่วงทำไม่ดี ห่วงคนอื่นห่วงประเทศชาติ)

– ความรำคาญ (ไม่อยากถูกรบกวน ไม่อยากยึดระเบียบ ไม่ชอบพิธีการ)

วิธีลดความกังวล

1. อย่าเอาปัญหามาเป็นความกังวล

เพราะปัญหาเป็นงาน

งานผู้บริหารคือแก้ปัญหาและตัดสินใจ

ต้องสนุกในการแก้ปัญหา เล่นเกมให้เป็น

2.  ใช้เทคนิค “8 ปล.” เพื่อลดความกังวล

เปลื้อง    ค่อย ๆ เอาออกทีละเรื่อง

     ปลด  ทำให้สิ่งที่ติดอยู่หลุดออกไป

     ปลิด    ตัดสินแน่วแน่เด็ดมันทิ้งไป

ปลีก     แยกตัวออก หลบไป

เปลี่ยน   ทดแทนด้วยสิ่งอื่น

     ปล่อย  วางมือ วางเฉย  คิดว่าไม่ใช่ของเรา

ปลอบ  เอาใจให้กำลังใจตนเอง

     ปลง ยอมรับสภาพเป็นกรรมของเรา

3.  ให้เทคนิคตัว “ผ”และ ตัว  “พ”

     ผ่อน   ยืดออกไป  ยืดเวลา

พัก  หยุดชั่วคราว แล้วกลับมาใหม่

     พูด  ระบายออกไป  แต่อย่าพูดกับหนังสือพิมพ์

      พอ     รู้จักหยุด  เลิก   ไม่โลภ

4. สร้างคุณสมบัติที่ดีของนักบริหาร

ร่างกาย   สมบูรณ์สู้งานหนักได้

จิตใจ  เข้มแข็ง

สมอง   เฉียบแหลม  ตัดสินได้

คุณธรรม  มีเครื่องยึดเหนี่ยว

พฤติกรรม  สร้างสรรค์

 ขอให้นักบริหารทุกท่านเป็นคนดี  คนเก่ง  คนเฮง  และก้าวไปให้ถึงดวงดาว

โพสท์ใน ความรู้ทั่วไป | 1 ความเห็น